Love you, my evill boy บท2 [yaoi]

posted on 23 Jul 2010 14:09 by ploy3331994

2

ชายเป็นแฟนชาย หมายถึง โฮโม กระเทยหรือเกย์?!

         ฮือ เปิดเทอมวันแรกก็เอาเลย มาร์กไอ้เวรที่ถีบผม ที่เป็นรูมเมทและเป็นแฟนผม! มันก่อเรื่องซะผมอายไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไว้ไหน ตั้งแต่...

         1.จูบกันหน้าโรงเรียน (ที่ถูกบังคับทำทุกวัน)

         2.กินข้าวด้วยกันทุกเที่ยง

         3.ให้ทำความสะอาดห้องคนเดียว มันบอกว่าให้ฝึกการเป็นแม่บ้านเพื่ออนาคต อนาคตบ้านป้ามึงสิ! (>O<)O!!!

         4.เดทกันวันเสาร์อาทิตย์

         5.มีอะไรกัน อันนี้มันไม่เคยทำสำเร็จเพราะโดนถีบจนจุกก่อนทุกที (- -)O

         ถ้าเป็นคุณผู้อ่านจะเคียดไหมล่ะครับ Y.Y

         ผมเดินเซไปห้องน้ำ ไม่รู้เป็นไรทำไมปวดหัวอย่างนี้นะ

       เฮ้ ลับบี้ เสียงมาร์กนี่

         วูบ

         จู่ๆ ทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำทันที...

 

     “42 องศา นี่อุณหภูมิคนหรือเตาเผาเหล็กวะ -o-”

      อะไร...ใครมาบ่นข้างๆ หูเนี่ย

        อืม...

      ผมลืมตาขึ้นมาเพื่อปรับสายตาให้สมดุลกับไฟ เฮ้ย! เพดาน O_O ตกใจเพดานห้องทำไมเนี่ย! -_-^ ที่ควรตกใจคือมาร์กที่ทำหน้ามุ่ยอยู่ข้างๆ เตียงและถือปรอทวัดไข้อยู่ นี่ผมไม่สบายถึงขั้นขนาดเป็นลมเลยหรอ

     “นาย...ทำไมรักษาตัวเองซะบ้าง!!! ปล่อยให้ไข้สูงถึงขนาดนี้ได้ยังไง!!!!!!”

      แง อย่าตะคอกเค้าสิ YOY

     กะ...ก็เกิดมายังไม่เคยออกนอกวังนี่ เก๊าเลยปรับตัวไม่ทัน (_ _)” ผมก้มหน้าแล้วจิ้มนิ้วอธิบาย

     “เฮ้อ นายนี่จริงๆ เลย ทำไมถึงทำตัวแบบนี้นะ เออ แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องเสือกเสนอหน้าไปโรงเรียนล่ะ เข้าใจไหมเขาสั่ง

     “ทะ...ทำไมล่ะ ฉันอยากเรียนนะ...

     ไม่ได้!!!” เขาปฏิเสธก่อนที่ผมจะพูดจบประโยค

        โอเคครับ ห้ามไปโรงเรียน TOT”

          และแล้วชีวิตของลับบี้นายน้อยแห่งวงศ์ตระกูลโคลเรียผู้อาภัพ รันทดอดสูยังคงดำเนินต่อไป (_ _)

 

     อืม...ฮ้าว~ >O< เช้าแล้วหรอ

      ดีจ้า ผมลับบี้เหมือนเดิม จากเมื่อคืนทำให้วันนี้ผมหายเป็นปลิดทิ้งแต่ก็ตื่นสายอยู่ดี อาจจะมีการปวดหัวนิดๆ ด้วยฤทธิ์ไข้ที่ยังหลงค้างอยู่เลยเดินเซเป็นไอ้เป๋เหมือนเดิม -_-^ วันนี้ไปสวนสาธารณะใกล้แถวนี้ละกัน

       อืม...อากาศสบายจัง ^^” ผมนั่งตรงชิงช้าเด็กแล้วสูดอากาศอย่างเมามัน (?) ไม่น่าเชื่อว่าโลกนี้ยังเหลือธรรมชาติอย่างนี้อยู่ พอสูดอากาศจนพอใจผมก็เดินกลับบ้าน

        กึก (เปิดประตูบ้าน)

      แว้กกกกกกก! O[]O กะ...กลับมาตอนไหนน่ะ ผมสะดุ้งสุดตัวเมื่อเปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นมาร์กกำลังเคาะโต๊ะอย่างหัวเสีย

    “ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าออกไปไหน เขาเดินมาใกล้ๆ ผม

    “ก็นายบอกว่าอย่าออกไปโรงเรียนแต่ฉันไปสวนสาธารณะนี่ =3=” ผมเบะปากพูด

    “อย่ามายอกย้อน!!!” เขาตะคอกแล้วบิดแขนผมไว้แน่น เออ เอาเข้าไป จะฆ่ากันให้ตายทำไมพูดตรงๆ วะ มาทรมานกันทำไม

    “แล้วนายมีสิทธิ์อะไรมาห้ามฉัน! เป็นพ่อฉันรึไง!!!” ผมตะคอกกลับบ้าง

    “ฉันเป็นแฟนนายไงลืมไปแล้วรึไง

    “แค่แฟนปลอมๆ จะมาจริงจังอะไร ทำอย่างกับว่านายชอบฉันจริงๆ อย่างนั้นแหละ

    “ถ้าฉันบอกว่าเป็นอย่างนั้นล่ะ

     OoO อึ้ง พูดได้คำเดียวว่าอึ้ง เขาชอบผมจริงๆ หรอไม่ใช่หรอกคงพูดให้ผมตายใจ คนอย่างเขาเนี่ยนะจะชอบผม บ้าน่าเจอกันไปถึงสัปดาห์แล้วมาสารภาพรัก ตลก!

     ถ้าจะพูดอย่างนั้นฉันว่าให้นายแน่ใจกับความรู้สึกนายก่อนเถอะเพราะการตัดสินใจผิดของนายคนที่เจ็บไม่ใช่นายแต่เป็นฉัน!!!”ผมสะบัดข้อมือปล่อยจากการพันธนาการของมาร์กแล้วเดินหนีออกมาแต่ทว่า!...

     งั้นกูจะทำให้มึงเห็นเองว่าคนอย่างกูมันมีดีพอที่จะทำให้มึงเป็นของกู

      คราวนี้มันจับไหล่ผมแล้วกดไปที่กำแพงแล้วซุกไซ้คอผมไปมา มือมันเริ่มล้วงเขามาในเสื้อของผม นะ...น่าขยะแขยง อยากจะร้องไห้ ความกดดันเข้ามาเรื่อยเช่นเดียวกับที่มันกำลังล่วงเกินผม น้ำตาผมได้ไหลลงมาอาบแก้มพร้อมกับหยุดการขัดขืนเพราะไร้เรี่ยวแรงที่จะทำอะไรทั้งสิ้นแล้ว มาร์กเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่และมองหน้าผมที่เต็มไปด้วยน้ำพร้อมกับคำขอโทษที่ออกจากปากเขามากมาย มันไม่สายไปหน่อยหรอ

        ขะ...ขอโทษ

     ไม่ต้องมาขอโทษฉัน การกระทำของนายฉันไม่มีวันให้อภัย!”

     ฉันไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ ฉะ...ฉันหึงนายที่ไม่เชื่อฉันแล้วก็เป็นห่วงนาย มันเป็นแค่บันดานโทสะ ขอโทษจริงๆ มาร์กก้มหน้าอธิบาย

       ถ้ามีครั้งที่สองฉันจะไม่ให้อภัยนาย

     งั้นนายก็หายโกรธแล้ว O_o”

     ถ้าหายโกรธเร็วปานนั้นเขาเรียกว่าหมาเล่า -)3(-” ผมทำแก้มป่อง

        โอ้มายยยยยยยยย~”ผมเดินออกมาปล่อยให้มันตีอกช้ำใจอยู่คนเดียว แล้วผมจะทำยังไงก่อนดีล่ะ...ชั่งเถอะ อาบน้ำนอนดีกว่า บายครับ

 

Love you, my evill boy บท 1 [yaoi]

posted on 22 Jul 2010 18:24 by ploy3331994

 

1

แบล็คเมล์!!!

       ฮ้าว~ เช้าแล้วหรอ >_O วันนี้วันอะไรหว่า... (ช่วยคิดว่ามีเสียงนาฬิกาดังอยู่ด้วย ติ๊กต่อกๆ) อืม...อ้อ (^^)ol (ปิ๊ง!) วันเปิดเทอม แปดโมง 3_3 ฮะ...เฮ้ย! O_O สายแล้วไง

                ผมรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำแล้วแต่งตัวออกมาจากบ้านทันที ทำไมถึงได้โง่ขนาดนี้ฟะ ดันตื่นสายในวันเปิดเทอมวันแรกซะนี่ สวัสดีครับผมลับบี้ น่าตาออกไปทางน่ารักเหมือนผู้หญิง (หน้าด้านชมตัวเองเนอะ) สูง170 เซนติเมตรอ่านดีๆ นะครับ เซนติเมตรไม่ใช่มิลลิเมตร ไม่งั้นป่านนี้ผมไม่ได้มาเป็นคนหยอดย่างนี้หรอก (ถ้าตัวเตี้ยก็เป็นคนแคะ) หวังว่ามุกผมคงไม่แป้กชิมิ ^^ อ่า อีกนิดถึงโรงเรียนแล้ว วิ่งเอาๆ ฟู่...ยังทัน ดีที่ไม่มาสาย ไม่งั้นได้มีรายชื่อในแบล็คลิซต์ตั้งแต่วันแรกแน่ๆ

     “อ๊ะ!” ท่าทางจะรีบจัดจนชนคน

     “เฮ้ย เป็นบ้าไรมาชนเนี่ย หน้าตาดีนะแต่...ปากหมา - -^ ท่าทางในปากจะเลี้ยงหมาเป็นฟาร์มพูดแต่ละคำหมากระโดดออกมาให้วุ่นเลย หน้าตาคม สายตาก็เหมือนเหยี่ยว โอ๊ย โดนหน้าบาด > < (คมจัด)

       “โทดที บังเอิญว่ามองไม่เห็น อากาศมันบังอ่ะ ผมลอยหน้าลอยตาพูด              พลั่ก!!!

             ว้ากกกกกกก! ไอ้เวรนี่ ถีบเอาซะผมติดเสาไฟฟ้าเลย รุนแรงอะไรปานนั้น ที่บ้านสอนคาราเต้รึไง ถีบได้ตรงจุดมาก เอาซะจุกเลย

       “โง่รึไงวะ บ้านนายเคยเห็นอากาศหรอ อย่ามาทำตัวโง่ๆ ใส่ฉันนะโว้ย              ตุบ!

             เรื่องไรจะยอม ต่อยมันกลับสิครับ ต่อยมันๆๆ (- -)O พอต่อยจนหนำใจแล้วผมก็เดินออกมาราวกับว่ามันเป็นแค่อากาศธาตุ ก้าวแรกที่ได้ก้าวเข้ามาในโรงเรียนเซนเซฟมันมีความรู้สึกที่ดีมาก เป็นโรงเรียนชายล้วนที่ผมได้ทุนเข้ามาเรียน ถึงแม้ว่าทางบ้านจะมีธุรกิจที่ใหญ่โต แต่แม่ผมก็พาออกมาผจญโลกภายนอกตั้งแต่ผมยังอยู่ในท้องได้สามเดือนเพื่อมาทำความรู้จักกับโลกกว้าง ตอนนี้ก็ทำอาชีพขายส้มตำ แม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนที่ออกมาท่านย่า (ท่าน?) ถามว่าจะออกไปทำไม แม่ก็ตอบไปว่าอยากทำอะไรสบายๆ ดู ถามน่อยเถอะ...ระหว่างขายส้มตำกับนั่งนับเงินในคฤหาสน์อันไหนมันดีกว่ากัน ขายส้มตำรึไงคุณ - -;;; ตั้งแต่นั้นมา ผมเลยมาอยู่อพาตเมนท์แล้วแพ็คแม่ใส่กล่อง (แพ็คแม่ใส่กล่อง?)ส่งกลับไปอยู่คฤหาสน์นับแห่งหนเดิมทันที ผมเลยอยู่ตัวคนเดียวเป็นต้นมา จบ เฮ้ย! ยังไม่จบ โทดทีครับ อารมณ์พาไป ^^;;;

      “เฮ้ย ลับบี้ตกลงนายเข้าได้จริงๆ หรอวะ O.O” นาซ่า (พ่อมันทำงานอยู่สถานีอวกาศนาซ่า) ทำหน้าตกใจมากเมื่อเห็นหน้าผม เหมือนมันดูถูกผมนะ

      “ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นนายน้อยแต่ก็มีมันสมองเว้ย (> < )O”

     “มีมันสมองหรือมีเส้นวะ

     “-*-”     “โอเคครับ มีสมองก็มีแต่น้อย     “มากเฟ๊ย!”

     “เออ ช่างเถอะว่าแต่ไอ้เวรนัททิวมันไปเข้าโรงเรียนอะไร นาซ่าถามแล้วเอามือโอบไหล่ผมให้เดิน ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นคนหรือเปรต ตัวสูงโคตร (180ซม.) เรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะเหมือนจะเป็นนานโล่

     “แสดงว่าเรียนนานมากน่ะสิ ได้โล่แล้วน่ะ     “ปัญญาอ่อน

        เราเดินไปปฐมนิทศ โชคไม่เข้าข้างผมเพราะไอ้นาซ่าไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับผม ชีวิตเกิดมาชะตาลำเค็ญ TOT และข่าวร้ายป๊อกเด้งเมื่อมีการค้นพบว่าไอ้เวรที่ถีบผมเมื่อเช้าอยู่ห้องเดียวกัน! ฮือ~ ท่านย่า ผมย้ายไปอยู่โรงเรียนนานโล่ตามไอ้นัททิวได้ไหม TTOTT (เหมือนว่าจะไม่ทันแล้วล่ะหลานเอ้ย) ขึ้นห้องไม่ทันไรมันก็นัดผมไปเจอกันที่หลังโรงเรียนเป็นบ้าอะไรของมันเนี่ย

     “จะต่อยกันก็รีบๆ ฉันจะไปเรียน คนเรามันต้องห่วงเรียนไว้ก่อนครับแล้วจะรุ่ง (รุ่งริ่งไม่รุ่งโรจน์)

     “ฉันไม่ต่อยแกให้เสียมือหรอก อ้าว ไอ้นี่เรียกมาเคลียร์แต่ไม่ต่อยจะเรียกมาทำซากตู้คอนเทนเนอร์รึไง

     “แล้วจะยังไง เริ่มมีน้ำโหแล้วนะ เดี๋ยวพ่อก็กระโดดงับคอซะหรอก แง่ง!

     “อย่างนี้ไง

     อุ๊บ!...”

         จู่ๆ มันก็ดึงแน็คไทแล้วประกบปากของมันลงมา มารู้สึกตัวอีกทีก็มีอะไรสอดเข้ามาในปาก ละ...ลิ้น! มันเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จะ...เจ็บว่ะ พอรู้ว่าผมกำลังจะหมดลมหายใจมันก็ผละออกไปพร้อมเลียมุมปาก

     “ทะ...ทำอะไรวะ!”

     “ไม่รู้จักจูบหรอ

     “อะ...ไอ้โรคจิตวิตถาร! เดี๋ยวฟ้าผ่าตายกันพอดีผมด่าแล้วเช็ดปากไปมา อ้าก ร้อน ทำไมทรมาณเยี่ยงนี้YOY ไม่ได้ๆ ต้องลบออกให้หมด

     “แล้วนายจะรู้ว่าโรงเรียนนี้มันมีมากกว่าที่นายคิด มันพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกไป

 

         สองวันต่อมา ผมย้ายมาอยู่ที่หอพักชายประจำโรงเรียน หรูอยู่เหมือนกันแต่บ้านผมหรูกว่า (มึงก็กลับไปอยู่บ้านมึงสิ - -^: เจ้าของหอ) เอ่อ...ที่นี่ก็ดีเหมือนกัน ^^;;; (ไม่อยากกลับไปเจอหม่อมแม่ T_T) ห้อง333 ตาลายว่ะ @_@ ทำไมทาสีผนังสีเป็นทางม้าลายอย่างนี้ล่ะ ผมเดินเข้าไปในห้องที่เจ้าของหอเอามาให้ รู้สึกว่าจะมีรูมเมทด้วยแต่ไม่เห็นมีใครอยู่สักคน ก็ดีเหมือนกัน ขอนอนสักงีบละกัน...  

      โอ๊ย เวรทำไมต้องตามมาทวงงานทุกวันวะ ที่บ้านรับจ้างทวงหนี้รึไง ทวงได้ทวงดี -_-^ อ้าวไอ้เวรที่ย้ายมาใหม่มานอนอะไรเตียงกูวะ เฮ้ย ตื่น เฮ้ย บอกให้ตื่นไงวะ (เขย่าลับบี้ไปมา) น่ารำคาญว่ะ ไหนดูน้ำหน้ามึงหน่อยเหอะ - - ฮะ...เฮ้ย! ไอ้ตุ๊ดเมื่อวานก่อนนี่หว่า O_O”

     “อืม...มารีนหรอ (เมทที่บ้าน) >_O แว้ก! ไอ้คมเมื่อวานก่อน O.O”     “นายเป็นรูมเมทฉันหรอ/มึงเป็นรูมเมทกูหรอ ผมพูดพร้อมกัน

         เวรแล้วไง ทำไมผมต้องมาเป็นรูมเมทกันด้วย หม่อมแม่~ ฮือ อยากกลับบ้าน YOY ว้าก มันกระชากคอเสื้อ มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ พอกันทีผมไม่ทนแล้ว

      “เฮ้ย สุดจะทนแล้วนะเว้ย มันจะอะไรกับกูกันนักกันหนาวะ หาเรื่องแม่งได้ทุกวัน มึงเป็นเชี่ยไร รู้ไหมเกิดมากกูไม่เคยขึ้นกูมึงกับใคร มึงเป็นคนแรกน่าจะดีใจซะด้วย จะได้มีอะไรไปเขียนในไดอารี่ของมึงว่าลูกเจ้าคนนี้ขึ้นกูมึงกับมึง!!!” ผมตะคอกด่าอย่างลืมตัว สุดจะทนแล้วจริงๆ ครั้งนี้ตายเป็นตายวะ

     “O_O” มันอึ้งครับ อึ้งถึงขึ้นเอ๋อปล่อยขอเสื้อผม นะ...นายเป็นลูกเจ้าหรอ

          เวรแล้วไงหลุดปากจนได้! TxT

     “เอ่อ... ผมเริ่มกัดนิ้วคิดหนัก เอาไงดีๆ

     “นี่มันแหวนราชวงศ์นี่นามันจับมือผมไปดูแหวน เอาแล้วไงลืมถอดอ่ะ T.T มันอึ้งสักพักแล้วมองหน้าผมพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา ฮือ~ อยากได้รีบอร์นจัง จะได้ใช้กระสุนดับเครื่องชนปฏิเสธสุดฤทธิ์ TT_TT

     “นายชื่อลับบี้ใช่ไหม

         มันรู้จักชื่อผมได้ไง! OoO

     “...

     “เงียบแปลว่าใช่ เพื่อเป็นการปกปิดความลับให้นาย

         อึก~ (แอ็ฟเฟ็กกลืนน้ำลายลงคอ)

     “ต่อไปนี้นายต้องมาเป็นแฟนฉัน

     Oh,my god. TTOTT

edit @ 23 Jul 2010 10:10:13 by _เจ้าชายรักสนุก_

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ exteen

posted on 19 Jul 2010 17:44 by ploy3331994

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก